ทุกอย่าง เป็นเพียง ภาพลวงตา? ชันชนะ 3 เกมติด แมนยู

art

สุดท้ายหลังจากที่เก็บชัยชนะนอก  มาได้ตลอด 3 เกมติด แมนยู ล่าสุด แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็พ่ายแพ้ให้กับ บอร์นมัธ 0-1 ในเกมเยือนนัดที่สี่

เกมวันนี้ถือเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้นำทัพ “ปีศาจแดง” หลังจากเขานักเตะทำผลงานได้ดีด้วยการชนะ ปาร์ติซาน เบลเกรด 1-0, ทุบ นอริช ซิตี้ 3-1 และเชือด เชลซี 2-1 ทาง บอร์นมัธ นั้นช่วงหลังถือเป็นทีมที่เหนียวนะครับ พวกเขาไม่ชนะใครก็จริง แต่ก็เสียประตูน้อย ในช่วง 3 เกมติด แมนยู หลังสุดของพวกเขา เสียไปเพียงแค่ประตูเดียว ให้กับ อาร์เซน่อล ในนัดที่แพ้ 0-1

เอ็ดดี้ ฮาว กุนซือ “เดอะ เชอร์รี่” ออกมาคู่ผู้มาเยือนตั้งแต่ก่อนเกมว่าเขาจะแสดงให้เห็นถึงเกมรับที่ยอดเยี่ยม ด้วยการยัน แมนฯ ยูไนเต็ด ให้ยิงประตูไม่ได้ ด้าน “ปีศาจแดง” ได้ข่าวดีเมื่อรายชื่อนักเตะออกมา แฮร์รี่ แม็คไกวร์ และ มาร์คัส แรชฟอร์ด พร้อมลงสนามเป็นตัวจริง

กุนซือชาวนอร์เวย์ ส่งผู้เล่นชุดเดียวกันกับทีมที่เอาชนะ “นกขมิ้น” ได้ 3-1 ทุกตำแหน่ง แผงหลังใช้ แอชลี่ย์ ยัง เป็นแบ็กซ้าย แบ็กขวาส่ง อารอน วาน-บิสซาก้า คู่เซ็นเตอร์ฮาล์ฟเป็น วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ กับ แม็คไกวร์ ตามเดิม กองกลางกำลังลงตัว สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ เล่นร่วมกับ เฟร็ด ในแดนกลาง ใช้ อันเดรส เปเรยร่า เป็นหน้าต่ำ ปีกสองฝั่งมี มาร์คัส แรชฟอร์ด กับ แดเนี่ยล เจมส์

อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล

หน้าเป้าได้ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล กลับมาเหมือนเดิม

เริ่มเกมมา เป็นทีมเยือนที่ทำผลงานได้ดีกว่านะครับ ครองเกมแดนกลางได้ แต่ปัญหาคือต่อเกมกันไม่ติดเท่าไหร่ โดน “เชอร์รี่” ตัดบอลได้อยู่บ่อยครั้ง ทำให้การครองบอลออกมาสูสี อย่างไรก็ตาม “ปีศาจแดง” ยังครองความได้เปรียบด้วยการรีบไปแย่งบอลคืนกลับมาได้เร็วเช่นกัน ทำให้พวกเขามีโอกาสบุกได้มากกว่า

แต่ในวันนี้ ต้องชื่นชมเกมรับของ บอร์นมัธ ที่เล่นกันได้เหนียว อ่านเกมกันได้ดี โดยเฉพาะคู่เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ สตีฟ คุ้ก และ เนธาน อาเก้ ไม่ปล่อยให้บอลทะลุช่องของ แมนฯ ยู หลุดไปได้เลยสักครั้ง

ดาบิด เด เคอา

ขณะที่การเปิดบอลจากด้านข้างวันนี้ไม่แม่นยำเท่าไหร่ รวมไปถึงลูกเซ็ตพีซ ที่ก็เล่นได้ยาก เพราะคู่แข่งก็เป็นทีมเล่นลูกกลางอากาศได้ดี และจุดเปลี่ยน บ้านทีเด็ด ก็มาเกิดขึ้นในนาทีสุดท้ายของครึ่งแรก ลูกเปิดจากมุมกรอบเขตโทษทางฝั่งขวาของ อดัม สมิธ เข้ามาแม่นให้กับ โจชัว คิง แต่หัวหอกไวกิ้ง ยังหันหลังให้ประตู

แต่นี่คือหนึ่งในกองหน้าที่สุดแสนอันตรายคนหนึ่งในยุโรป เขาใช้เท้าขวา กระดกบอลกลับหลังไปทางซ้าย ทำให้ได้จังหวะวอลเล่ย์ แล้วเขาก็ยิงด้วยขวาจ่อๆ ไม่พลาด

หมดปัญญาที่ ดาบิด เด เคอา จะเซฟ เพราะจังหวะยิงมันจ่อมาก ใกล้เข้ามากว่าเส้นกรอบ 6 หลาเสียอีก จุดนี้ต้องบอกว่าข้อผิดพลาดเกิดขึ้นจากนักเตะสองคนคือ อารอน วาน-บิสซาก้า และ วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ

อดีตแข้ง คริสตัล พาเลซ ยืนอยู่ด้านหลังของ คิง แต่ประกบไม่ติดเท่าไหร่ พร้อมกับยังเปิดเหลี่ยมฝั่งซ้ายให้คู่แข่งมีช่องพลิกไปทางนั้น ขณะที่ ลินเดอเลิฟ ที่อยู่ใกล้ๆ กลับไม่เข้ามาช่วยประกบ 2 แต่กลับเลือกจะไปเข้าหาผู้เล่นตัวอื่นด้านนอกแทน

แทนที่เขาจะเข้ามาช่วยซ้อนทางฝั่งซ้ายที่เปิดช่องไว้ แต่กลับตัดสินใจผิดพลาด ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะเจ้าตัวมองว่า คิง อาจจะจ่ายบอลคืนหลังมาให้เพื่อนวิ่งมาตะบัน

แมนฯ ยูไนเต็ด

เพราะการตัดสินใจพลาดนิดเดียวนะ นำมาซึ่งประตูขึ้นนำของคู่แข่ง เและที่สำคัญเลยคือมันกำลังจะหมดครึ่งแรก ในช่วง 45 นาทีต่อมา บอร์นมัธ เล่นประคองเกมรับ 3 เกมติด แมนยู เน้นอุดประตูอย่างอดทนแล้วครับ พวกเขาพอใจกับผลสกอร์ 1-0 ที่เป็นอยู่

ขณะที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ประโคมเกมรุกใส่ เพียงแต่มันไม่ได้หาโอกาสได้มากมายนัก เหมือนในเกมที่เจอกับ นอริช ซิตี้ โอกาสยิงของ แมนฯ ยู จบเกมมีถึง 15 ครั้ง แต่เข้ากรอบเพียง 4 หน ซึ่งยังน้อยกว่าเจ้าบ้านที่เข้ากรอบไป 6 ครั้งเสียอีก

แสดงให้เห็นว่าในเกมนี้ “ปีศาจแดง” ไม่ได้สร้างสรรค์โอกาสได้มากเพียงพอ โดยเฉพาะจังหวะอันตรายในกรอบเขตโทษ ไม่ค่อยมีสักเท่าไหร่ โอกาสที่ใกล้เคียงที่สุด น่าจะเป็นจังหวะของ เมสัน กรีนวู้ด ที่ได้บอลเปิดจาก เฟร็ด ก่อนจะดีดตามน้ำ แต่บอลดันไปชนเสาแบบน่าเจ็บใจ

ถามว่า แมนฯ ยู กลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้วหรือ? ไอ้ 3 เกมติด แมนยู ที่ผ่านมานั้นเป็นเพียงแค่ภาพลวงตาหรือไง? มันก็ไม่เชิงแบบนั้นสักทีเดียวนะครับ อย่างแรกเลยคือเราต้องยอมรับว่า บอร์มมัธ เล่นได้ดีมาก พวกเขามีเกมรับที่เหนียวแน่น โดยเฉพาะอย่างยิงฟอร์มของ สตีฟ คุ้ก นั้นอยู่ในระดับท็อปเลย

แข้งชาวอังกฤษ อยู่ในพื้นที่สกัดบอลจังหวะสุดท้ายได้ตลอด นอกจากนั้นยังต้องชม 2 มิดฟิลด์ตัวรับอย่าง ฟิลลิป บิลลิ่ง และ เจฟเฟอร์สัน เลอร์มา ที่ช่วยเกมรับได้ตลอด

ปีศาจแดง

ขณะที่ทาง “ปีศาจแดง” ที่จะน่าผิดหวังหน่อยก็คือคู่หน้า แรชฟอร์ด, มาร์กซิยาล ที่ไม่เฉียบขาดพอ ขณะที่ แดเนี่ยล เจมส์ ครึ่งแรกพอจะเด่น แต่พอครึ่งหลังคู่แข่งถอยลงไปรับลึก ไรอัน เฟรเซอร์ มาช่วย ดีเอโก้ ริโก้ ซ้อนเกมริมเส้นฝั่งซ้าย ก็ทำให้เขาหายไปจากเกมอยู่พักหนึ่ง

และประตูที่เสีย มันก็ถือเป็นการตัดสินใจผิดพลาดของนักเตะ 2 คนเท่านั้น ข้อดีในเกมนี้ ผมอาจจะมองไม่เหมือนกับคนอื่น แต่ผมมองว่า เฟร็ด ยังทำผลงานได้น่าประทับใจนะครับ โดยเฉพาะการตัดเกม

เขามักจะสกัดจังหวะที่ บอร์นมัธ กำลังจะเปลี่ยนจากรับ เป็นรุกได้อยู่บ่อยครั้ง และยังพยายามจ่ายบอลขึ้นหน้า รวมถึงลองหาโอกาสยิงไกล เพียงแต่ประสิทธิภาพนั้นยังไม่ได้ดีร้อยเปอร์เซนต์ ส่วนฟอร์มของ อันเดรส เปเรยร่า วันนี้นั้นถือว่าธรรมดาไปหน่อย ลูกทีเด็ดจากเตะมุม ก็ไม่ได้มีออกมาให้เห็น

ฉะนั้นจะให้บอกว่า แมนฯ ยูไนเต็ด กลับไปย่ำแย่เหมือนเมื่อช่วงก่อนหน้านี้ อาจจะไม่เชิง เพราะสัญญาณดีๆ มันก็ยังมีอยู่บ้าง แต่ถามว่าเกมนี้น่าประทับใจหรือไม่ มันก็ไม่ใช่เสียทีเดียวเหมือนกัน หลังจากเกม ยูฟ่า ยูโรปาลีก ที่จะเปิดบ้านเจอกับ ปาร์ติซาน เบลเกรด อีกหนึ่งครั้ง สุดสัปดาห์หน้าในวันอาทิตย์ พวกเขาจะได้เปิดบ้านเจอกับ ไบรท์ตัน

อันเดรส เปเรยร่า

ถือว่าเป็นเกมที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ควรจะเก็บ 3 คะแนนให้ได้มากที่สุดในเดือนนี้เลย ก่อนจะพักเบรกทีมชาติกันไป เพราะหลังจากนั้น พวกเขาก็ต้องเจอกับ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ซึ่งต้องบอกว่าเป็นของยากไปแล้ว ทัพ “ดาบคู่” ฟอร์มดีมากในช่วงนี้

สิ่งที่ โซลชา พร่ำบอกว่าทีมเจอจุดเปลี่ยน 3 เกมติด แมนยู ในเรื่องโมเมนตั้ม หลังจากเสมอกับ ลิเวอร์พูล ได้ ก็ต้องดูว่ามันจะต่อเนื่องออกไปได้หรือไม่ หลังจากกลับมาสะดุดแพ้อีกครั้ง หมดเดือนพฤศจิกายนนี้ เราจะได้รู้แล้วล่ะครับ ว่าไอ้ช่วง 4 เกมก่อนหน้านี้ มันเป็นภาพลวงตาจริง หรือพวกเขาได้โมเมนตั้มที่ว่ากลับมาแล้วจริงๆ

Next Post

แพชชั่นฟุตบอล นำมาซึ่งประเด็นดราม่า จนต้องเกิดการปรับตัว

FacebookTwitterLineแพชชั่นฟุตบอล ที่ก่อให้เกิดการปรับตัวเกิดขึ้นจาก ลิเวอร์พูล บุกไปถล่มใส่ เบิร์นลี่ย์ แบบสบายๆ 3-0 ซึ่งเกมก็เป็น ทัพ “หงส์แดง” ที่เหนือกว่า อย่างชัดเจน มันจะเป็นสามแต้มแบบธรรมดาๆ เลยถ้าไม่มีประเด็นในช่วงท้ายเกม จังหวะดังกล่าวเกิดขึ้นในนาทีที่ 85 เมื่อ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ และ ซาดิโอ มาเน่ ถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนาม แข้งชาวเซเนกัล เกิดอาการไม่พอใจ หลังจากที่ตัวเองโดนเปลี่ยนตัวออกไป เจ้าตัวเม้งแตกอย่างชัดเจนเมื่อเดินมาข้างสนาม เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้เป็นกุนซือ ก็ออกอาการงงๆ ว่าเกมที่นำอยู่ 3-0 เกิดอะไรขึ้นกับ มาเน่ ทำไมถึงเกิดโมโหได้ขนาดนั้น ความหลงใหลของ แพชชั่นฟุตบอล ในการทำประตูของโมฮาเหม็ดก่อให้เกิดประเด็ด สืบเนื่องมาจาก โมฮาเหม็ด ซ่าล่าห์ เพื่อนร่วมทีมเล่นเห็นแก่ตัว อยากยิงมากเกินไปหน่อย มีจังหวะทั้งตัว มาเน่ หรือ ฟีรมิโน่ ว่างอยู่หลายจังหวะ แต่เจ้าตัวกลับเลือกยิงเอง ถ้าใครได้ดูเกม […]
ลิเวอร์พูล

Subscribe US Now