แลมพ์ – บีร็อด กรณีศึกษา โค้ชปีศาจ ผู้ล้มความเชื่อเรื่องการสร้างทีมต้องใช้เวลา

art

ก่อนหน้านี้ เราทุกคนมีความเชื่อเหมือนๆ กันมาตลอดว่า โค้ชปีศาจ จะสร้างทีมฟุตบอลสักทีมหนึ่งในประสบความสำเร็จในระยะยาวได้จริงๆ จะต้องเป็นการสร้างทีมโดยใช้ “เวลา”

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ต้องรับประทานแห้ว! ไม่ได้อะไรเลยในฤดูกาลแรกที่คุม แมนฯ ซิตี้

เจอร์เก้น คล็อปป์ งมโข่งจับจุดให้ ลิเวอร์พูล นานมากกว่า 2 ฤดูกาล กว่าจะทีมจะมีทุกวันนี้

เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เคยจ่อถูกถีบตกเก้าอี้อยู่รอมร่อ ก่อนที่จะสร้างประวัติศาสตร์กลายเป็นตำนานของ ยูไนเต็ด

หากไม่พูดถึง โค้ชปีศาจ เรื่องของการใช้เงิน เราต่างก็เคยเห็นตัวอย่างของการสร้างทีมระยะยาวมาแล้วมากมาย และมองว่ามันยากมากที่กุนซือสักคน จะสามารถเข้ามามีอิมแพ็ค ปลูกฝังฟุตบอลในแบบฉบับของตัวเองให้แก่ลูกทีมได้ทันที

แต่ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส และ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ไม่ใช่แบบนั้น! พวกเขาคือเคสตัวอย่างของโค้ชที่ใช้เวลาในการปลูกฝังไอเดียให้กับลูกทีมน้อยเอามากๆ เพิ่งจะเข้ามาไม่นาน แต่กลับสร้างลายเซ็นทำให้ทั้ง เชลซี และ เลสเตอร์ เล่นฟุตบอลในแบบฉบับของตัวเองได้อย่างชัดเจน พวกเขาทำได้ยังไง ?

แฟร้งค์ แลมพาร์ด

ฟอร์มทีมล้มความเชื่อด้วยฝีมือ โค้ชปีศาจ แลมพ์ และ บีร็อด

แน่นอนว่า เชลซี และ เลสเตอร์ ยังไม่ประสบความสำเร็จใดๆ ทั้งสิ้น แต่สิ่งที่ โค้ชปีศาจ แลมพ์ และ บีร็อด ทำให้แฟนบอลแช่มชื่นหัวใจมากๆ ก็คือสไตล์การเล่นฟุตบอลที่คุ้มค่าต่อการซื้อตั๋วเข้ามาดู

ในขณะที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ เผชิญวิกฤติศรัทธา ไม่สามารถสร้างสไตล์การเล่นฟุตบอล โค้ชปีศาจ ที่ชัดเจนเพื่อเอาชนะใจแฟนๆ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ เฉกเช่นเดียวกับ อูไน เอเมรี่ ที่กำลังคุมทีมครบ 1 ฤดูกาลครึ่ง แต่กลับยังไม่เห็นภาพ 11 ตัวจริงที่ชัดเจน แถมสไตล์ฟุตบอลก็ไม่มี

นี่ยังไม่วายต้องพูดถึง สตีฟ บรูซ ที่เป็นตัวการทำให้แฟนบอล นิวคาสเซิ่ล หายไปจากสนาม เซนต์ เจมส์ พาร์ค ตกราวๆ นัดละ 6000 คน เนื่องจากพวกเขาไม่เชื่อว่ากุนซือรายนี้จะพาทีมไปสู่อนาคตอันสดใสได้ สิ่งที่ ร็อดเจอร์ส และ แลมพาร์ด แสดงให้เห็นกับต้นสังกัดตัวเองในตอนนี้ จึงเป็นสิ่งที่น่าชื่นชม และคู่ควรกับการให้เครดิตเป็นอย่างยิ่ง

ถึงแม้ ร็อดเจอร์ส จะมีประสบการณ์ โค้ชปีศาจ ในการคุมทีมมากกว่า แต่ถึงกระนั้น หากนับกันในเรื่องเจเนอเรชั่น ทั้งคู่ก็ถือเป็นโค้ชในยุคที่เหลื่อมๆ ใกล้เคียงกันมาก และเป็นกุนซือที่มีแนวทางการทำทีมที่ชัดเจน

บีร็อด

แลมพาร์ด นั้นเจอกับความท้าทายที่หนักหน่วงสุดๆ เขายอมทิ้ง ดาร์บี้ เคาน์ตี้ เพื่อมาคุม “สิงห์บลูส์” ในสภาพที่ไม่สามารถซื้อใครมาเสริมทัพได้ และนั่นคือความเสี่ยงที่มันอาจทำให้เขาแสดงผลงาน โค้ชปีศาจ ออกมาไม่ดี แต่แลมพาร์ดก็พร้อมที่จะรับความกดดัน อาจด้วยเพราะเขาเคยเป็นคนเก่าคนแก่ของสโมสร และตอนนี้ มันก็กลายเป็นความเสี่ยงที่คุ้มค่าสุดๆ

อดีตกองกลางจอมยิงไกล ผลักดันนักเตะดาวรุ่งที่น่าจับตามองให้ก้าวขึ้นมาเฉิดฉายในแบบที่ เชลซี แทบไม่เคยทำให้เห็นมาก่อน ผสมผสานกับนักเตะซีเนียร์อย่าง ก็องเต้ , จอร์จินโญ่ , เปโดร และ วิลเลี่ยน จากนัดแรกที่โดน แมนฯ ยู ถล่ม 4-0 หลังจากนั้นกราฟชีวิตของ เชลซี มีแต่พุ่งขึ้นเอาๆ พวกเขากลายเป็นทีมที่เล่นฟุตบอลได้น่าตื่นตาที่สุดใน พรีเมียร์ลีก

ลองนึกภาพดูว่าถ้าพวกเขาพ้นโทษแบน และ เชลซี กลับมาซื้อนักเตะได้อีกครั้ง พวกเขาจะไปได้ไกลแค่ไหน คราวนี้เมื่อหันกลับมามองที่ ร็อดเจอร์ส เขาถูก เลสเตอร์ ดึงเข้ามากู้วิกฤติต่อจาก โคล้ด ปูแอล เมื่อช่วงโค้งสุดท้ายของซีซั่นก่อน ซึ่งตอนนั้น “สุนัขจิ้งจอก” ก็ไม่ได้แสดงให้เห็นถึงวี่แววว่าพวกเขาจะทำผลงานได้น่าหวือหวาอะไร

เชลซี

แม้จะมี เจมส์ แมดดิสัน , ยูริ เตเลม็องส์ , เจมี่ วาร์ดี้ และ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล แต่ขุมกำลังของ เลสเตอร์ นั้นก็ถือว่าเล็กและมีจุดอ่อนเยอะมากเมื่อเทียบกับทีมอื่นๆ แถมพวกเขายังต้องเสีย แฮร์รี่ แม็คไกวร์ ไปให้ แมนฯ ยูไนเต็ด อีก

แต่ ร็อดเจอร์ส ก็แสดงให้เห็นว่าเขามีฝีมือ โค้ชปีศาจ มากกว่าที่หลายๆ คนปรามาสนัก แท็คติกการครองบอลและการเล่นเกมรุกของเขานั้นร้ายกาจสุดๆ และมันได้เปลี่ยนให้ เลสเตอร์ ที่เคยเล่นเป็นแต่รับแล้วโต้ ให้กลายเป็นทีมที่มีความหลากหลายเยอะกว่านั้นมาก

ผู้เล่นหน้าใหม่ ทั้งถูกดันและถูกซื้อเข้ามา ไม่ว่าจะเป็น อโยเซ่ เปเรซ , คักลาร์ โซยุนชู และคนอื่นๆ อีกมากมาย เลสเตอร์ ค้นพบ 11 ตัวจริงที่ดีที่สุดของตัวเอง มันอาจไม่ดีที่สุดเหมือนกับอีกหลายๆ ทีม แต่พวกเขาก็เล่นได้เต็มศักยภาพที่ตัวเองมี

นั่นคือจุดร่วมกันที่เห็นได้ชัดเลยจาก แลมพาร์ด และ ร็อดเจอร์ส พวกเขาไม่ได้มีอาวุธ โค้ชปีศาจ ที่ดีที่สุด แต่พวกเขารีดศักยภาพของอาวุธที่ตัวเองมีออกมาใช้ได้สมบูรณ์แบบมากที่สุด

โค้ชปีศาจ

ทีมอย่าง อาร์เซน่อล , แมนฯ ยู , เอฟเวอร์ตัน หรือ สเปอร์ส ต่างเป็นทีมที่มีขุมกำลังเหนือกว่าพวกเขา แต่กลับไม่สามารถเล่นให้ดีกว่า หรือสร้างแนวทางฟุตบอลที่ชัดเจนกว่าขึ้นมาให้แฟนๆ เห็นได้

หนทางสู่ความสำเร็จ โค้ชปีศาจ ยังอีกยาวไกล และงานของ แลมพาร์ด และ บีร็อด ก็เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น แต่มันเป็นการเริ่มต้นที่สามารถสร้างศรัทธาให้เกิดขึ้นในหมู่แฟนบอลได้ทันที และนั่นจะคือสิ่งที่ทำให้ทั้งคู่ มีโอกาสทำงานระยะยาวของตัวเองได้แบบสบายใจกว่ากุนซืออีกหลายๆ คนของยุโรปยุคนี้ เรื่องผลงานของกุนซือในวงการลูกหนังยังมีอีกมากมาย สามารถติดตามข่าวสารได้ที่ www.catascraft.com

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Next Post

ทุกอย่าง บ้านทีเด็ด เป็นเพียงภาพลวงตา?ชันชนะ 3 เกมติด แมนยู

FacebookTwitterLineสุดท้ายหลังจากที่เก็บชัยชนะนอก บ้านทีเด็ด มาได้ตลอด 3 เกมติด ล่าสุด แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็พ่ายแพ้ให้กับ บอร์นมัธ 0-1 ในเกมเยือนนัดที่สี่ เกมวันนี้ถือเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้นำทัพ “ปีศาจแดง” หลังจากเขานักเตะทำผลงานได้ดีด้วยการชนะ ปาร์ติซาน เบลเกรด 1-0, ทุบ นอริช ซิตี้ 3-1 และเชือด เชลซี 2-1 ทาง บอร์นมัธ นั้นช่วงหลังถือเป็นทีมที่เหนียวนะครับ พวกเขาไม่ชนะใครก็จริง แต่ก็เสียประตูน้อย ในช่วง 3 เกมหลังสุดของพวกเขา เสียไปเพียงแค่ประตูเดียว ให้กับ อาร์เซน่อล ในนัดที่แพ้ 0-1 เอ็ดดี้ ฮาว กุนซือ “เดอะ เชอร์รี่” ออกมาคู่ผู้มาเยือนตั้งแต่ก่อนเกมว่าเขาจะแสดงให้เห็นถึงเกมรับ บ้านทีเด็ด ที่ยอดเยี่ยม […]
แมนยูเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

Subscribe US Now