ขาย โอดอย เซ็นคุณปู่! เหตุผลที่ สิงห์บลู เชลซี คือนรกของดาวรุ่ง

เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ สิงห์บลู เชลซี ทำตัวเองให้อยู่ในจุดที่สุ่มเสี่ยงต่อการสูญเสียดาวรุ่งฝีเท้าดีไปอีกครั้ง ภายหลังจากที่ล่าสุด คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย ส่อแววว่าจะเก็บข้าวของโบกมืออำลาถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ ค่อนข้างแน่

สิงห์บลู เชลซี ทำงง ขายนักเตะฝีเท้าดีออกจากทีม

กี่ครั้งต่อกี่ครั้งที่ เชลซี เก็บสะสมดาวรุ่งจรัสแสงไว้เต็มทีม แต่กลับไม่ได้ใช้งานให้เกิดประโยชน์แทบสักคน แถมครั้งนี้ พวกเขายังค้นพบว่าตัวเองไปเซ็นสัญญาแข้งรุ่นเดอะวัย 31 เข้ามาเสียบแทนที่เสียอีก

กอนซาโล่ อิกวาอิน อาจไม่ใช่กองหน้าที่กระจอก และอาจตอบแทน “สิงห์บลูส์” ได้น้ำได้เนื้อมากกว่าที่ โอดอย หรือใครต่อใครทำกันอีกหลายเท่า

แต่นั่นไม่ได้ช่วยปิดบังความจริงที่ว่า เชลซี มีนโยบายการเปิดโอกาสให้แข้งดาวรุ่งได้แสนจะห่วยแตกเหลือกำลัง และมันก็ไม่เคยมีท่าทีว่าจะดีขึ้น

1 ในดาวรุ่งที่ได้รับการยกย่องว่าดีที่สุดของ อังกฤษ ต้องตกอยู่ในสถานะไม่มีที่ยืนในบ้านของตัวเอง แต่กลับมีโอกาสจะโดนโคตรทีมจาก เยอรมัน อย่าง บาเยิร์น มิวนิค ทุ่มทุนมหาศาลดึงตัวไป

รีส เนลสัน หรือ จาดอน ซานโช่ เป็นตัวอย่างชั้นดีที่เราเห็นกันมาแล้วว่าสามารถโชว์ฟอร์มเปล่งประกายในลีกชั้นยอดอย่าง บุนเดสลีกา ได้มากมายขนาดไหน

เดิมทีนั้น ความหวังเริ่มมีเล็กน้อยเมื่อโค้ชผู้มาใหม่อย่างเมาริซิโอ ซาร์รี่ เลือก ฮัดสัน-โอดอย ลงปล่อยของในศึก คอมมูนิตี้ ชิลด์ เมื่อเดือน ส.ค. ทำให้แฟนๆ ต่างก็เริ่มศรัทธาในแนวทางการปั้นเด็กของ “สิงโตน้ำเงินคราม” มากขึ้น

แต่แล้ว ความหวังทั้งหมดก็สลายไปในพริบตา เพราะหลังจากนั้น ดาวเตะวัย 18 ต้องนั่งรอรากงอกถึง 3 เดือน กว่าจะกลับมาได้รับโอกาสลงสนามอีกครั้งในเวที ยูโรป้า ลีก

มันไม่ใช่แค่เรื่องของโอกาสในการลงเล่นเท่านั้น แต่มันหนักหนาถึงขั้นที่ทั้งเขาและดาวรุ่งชื่อก้องอีกรายอย่าง เอธาน อัมปาดู ถูกปิดโอกาสในการซ้อมร่วมกับทีมชุดใหญ่

“เทเลกราฟ” ตีข่าวรายงานถึงเรื่องนี้ว่า โอดอย และ อัมปาดู มีการถูกจับแยกซ้อมเดี่ยวในหลายๆ ครั้ง และไม่ได้รับอนุญาตให้ย้ายทีมแบบยืมตัว

ปัจจุบันนี้ อัมปาดู มีสถิติการลงสนามให้ทีมชาติเวลส์ มากกว่าจำนวนแมตช์ที่ลงรับใช้ เชลซี ตั้งแต่ต้นซีซั่นเสียอีก

มันคงไม่แปลกอะไรที่ ซาร์รี่ จะเลือกดึง อิกวาอิน กลับมาร่วมงานด้วย ภายหลังจากที่เคยเข้าขากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยที่ นาโปลี แต่มันก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงความจริงของแพ็ทเทิร์นเดิมๆ ที่ทีมใช้แก้ผ้าเอาหน้ารอดมาตลอด ซึ่งบางครั้งก็ไม่รอด! อาทิเช่นเคสการเซ็น อเล็กซานเดร ปาโต้ เป็นต้น

ถามว่ามันมีหนทางในการหยุดวงจรสกัดดาวรุ่งอุบาทเหล่านี้หรือไม่ ? อันที่จริงแล้วมันก็มี…..อาทิเช่น การแต่งตั้งกุนซือคนใหม่ (ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้ดั่งใจ) ใครสักคนที่เชื่อมั่นในศักยภาพของระบบดาวรุ่งเยาวชนสุดหัวใจ

เมื่อพูดแบบนี้ อดีตห้องเครื่องระดับตำนานของสโมสรอย่าง แฟร้งค์ แลมพาร์ด ดูจะเป็นชื่อที่เข้าแก๊บกับแนวทางเหล่านี้มากที่สุด แต่พวกเขาจะกล้าแต่งตั้งโค้ชหนุ่มผู้ที่เพิ่งมีประสบการณ์คุมแค่ ดาร์บี้ เคาน์ตี้ มากุมบังเหียนจริงๆ น่ะเหรอ ?

14 ปีที่แล้ว บอร์ดบริหารของ เชลซี เคยอัดฉีดเงินก้อนโตเพื่อพัฒนาระบบ อเคเดมี่ ของสโมสร พ่วงด้วยการเข้ามาของ แฟร้งค์ อาเนเซ่น ผ.อ.กีฬาผู้โด่งดัง แต่ทั้งหมดนี้กลับยังไม่เห็นผลตอบแทนใดๆ เลย

ทำไมมันถึงไม่มีนักเตะอย่าง แฮร์รี่ เคน , มาร์คัส แรชฟอร์ด หรือ เทรนด์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ในทีมอย่าง เชลซี ? นั่นเป็นเรื่องประหลาดมากๆ เมื่อคำนึงถึงการที่ทีมชุดเยาวชนของพวกเขา คว้าแชมป์ เอฟเอ ยูธ คัพ มาครองถึง 9 จาก 11 ครั้งหลังสุด

ก่อนหน้านี้ พวกเขาเคยมี โดมินิค โซลันกี้ และ แทมมี่ อบราฮัม คอยสแตนบายขอโอกาส หรือจะพ่วงเคสก่อนหน้านี้อย่าง เบอร์ทราน ตราโอเร่ ด้วยก็ได้

ใครบางคนอาจแก้ต่างว่า….ปัจจุบันเราก็เห็นอยู่โต้งๆ ว่า “ไอ้พวกนี้” มันไม่ได้เก่งจริงอยู่แล้วหรือเปล่า ? นั่นก็คงใช่! และถ้าหากเราพูดว่า “คนถ้ามันจะเก่ง อยู่ที่ไหนมันก็เก่ง” นั่นก็จริงด้วยเช่นกัน

แต่มันมีอีกเรื่องนึง ที่จริงแท้ไม่ต่างจากเรื่องจริงโคตรๆ บนย่อหน้าข้างบนนี้ นั่นก็คือ เด็กบางคนถ้าได้รับการผลักดันที่ดีมากพอ เขาก็มีโอกาสจะติดปีกไปได้ไกลฉิว ฉันทร์ใดฉันทร์นั้น พรสวรรค์ของเด็กบางคนอาจสูญหายเข้ากลีบเมฆไปเลย หากไม่ได้รับโอกาสและความเชื่อมั่นจังหวะเวลาที่เหมาะที่ควร

ลองนึกสภาพนักเตะอย่าง เจสซี่ ลินการ์ด , เทรนด์-อาร์โนลด์ , การ์เลส ปูโยล , โซล แคมป์เบลล์ , จอห์น เทอร์รี่ หรือใครอีกหลายๆ คนที่ไม่ได้มีองค์ประกอบครบถ้วนตั้งแต่เด็กๆ ขนาดนั้น หากไม่ได้รับการสนับสนุนที่มากพอ มันก็ไม่มีการการันตีว่าพวกเขาจะไปได้ไกลขนาดนั้นไหม มันย่อมไม่เหมือนกับแข้งฟ้าประทานอย่าง เนสต้า , เมสซี่ , ซีดาน หรือ โรนัลโด้ ที่ต่อให้จมอยู่ใต้ขั้วโลก พวกเขาก็จะแหวกตัวขึ้นมาเฉิดฉายได้

ท่ามกลางขุมทรัพย์ อเคเดมี่ ที่เคยมีของดีอยู่มากมาย แต่ทว่า เชลซี กลับต้องเอาเงินไปใช้จ่ายกับผู้เล่นอย่าง ซัปปาคอสต้า , บาบา ราห์มาน , บากาโยโก้ , บาดชัวยี่ , ดริ้งค์วอเตอร์ , เอเมอร์สัน , ปาโต้ , ฮวน กวาร์ดราโด้ , เรมี่ , ฟัลเกา , มาร์โก มาริน , มาร์โก ฟาน กิงเคล และคนอื่นๆ อีกมากมาย

นั่นไม่เหมือนกับ แลมพาร์ด ที่ปัจจุบันคุม ดาร์บี้ ยึดปรัชญาเล่นเกมรุกเป็นหลัก โดยมี โจดี้ มอร์ริส อดีตแข้งของ เชลซี อีก 1 คน รับจ๊อบเป็นผู้ช่วยข้างกาย แถมปัจจุบันก็จัดการยืมแข้ง “สิงห์บลูส์” มาใช้งานแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วยอยู่ 2 ราย

มอร์ริส กล่าวถึงเรื่องนี้สั้นๆ ว่า “เชลซี ยังไม่พร้อมใช้งานเด็กพวกนี้” ไม่พร้อมสำหรับอะไรอย่างนั้นเหรอ ? บางทีนอกเหนือจากการหมกมุ่นกับการคว้าแชมป์บ้าวัตถุเพียงอย่างเดียว เชลซี ก็ควรหันกลับมาทำอะไรเพื่อฟุตบอลจริงๆ กันบ้าง

เริ่มด้วยการหัดเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงผลักดันแข้งดาวรุ่งให้แจ้งเกิดกันบ้าง เพียแค่สักนิดก็ยังดี   

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *