ใครคือ พอล มิตเชลล์ และทำไมเขาถึงต้องเป็น ผอ. แมนฯ ยู

28ใครคือ พอล มิตเชลล์ ตอนที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน โบกมืออำลา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มันไม่ได้เป็นเพียงแค่การสูญเสียผู้จัดการทีมชั้นยอดเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่พวกเขายังต้องสูญเสีย “ผู้อำนวยการฟุตบอล” ไปด้วยเช่นกัน

2 เด้งในทีเดียว! แฟนๆ “ปีศาจแดง” น่าจะทราบดีถึงบทบาทของ “เฟอร์กี้” ที่มีอิทธิพลต่อทิศทางของสโมสรในเกือบทุกๆ ด้านตลอด 27 ปีที่ผ่านมา ไม่เว้นแม้แต่นโยบายซื้อ-ขายนักเตะ

กำหนดกฎ , กำหนดทิศทาง , กำหนดการซื้อขาย , กำหนดสไตล์การเล่น

ภายใต้การแต่งตั้ง โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ เข้ามารับตำแหน่ง อาจเป็นเรื่องราวสวยงามชวนหลงใหล แต่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่ควรที่จะลืมแต่งตั้ง ผอ.ฟุตบอล เข้ามาด้วยเช่นกัน หากต้องการที่จะเดินทางระยะยาวอย่างมั่นคง

ในเคสของ “ผีแดง” ใครคนนั้นควรจะมีทักษะในการเชื่อมความเข้าใจระหว่างบอร์ดบริหารสโมสรและเทรนเนอร์เป็นอย่างดี ใครสักคนที่จะเข้ามากอบกู้อัตลักษณ์อันโดดเด่นของสโมสรในอดีต ทั้งฟุตบอลเกมรุกและการปั้นดาวรุ่ง

แล้วใครล่ะถึงจะเหมาะ ? มีบางคนคนพูดถึงชื่อของ เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ , แกรี่ เนวิลส์ และอีกหลายๆ คน

ล่าสุด บีบีซี สื่อน่าเชื่อถือของ อังกฤษ ผุดชื่อหนึ่งขึ้นมา โดยระบุว่านี่คือคนที่มีโอกาสจะก้าวเข้ามารับตำแหน่ง ผู้อำนวยการกีฬาของ แมนฯ ยู มากที่สุดเบอร์ต้นๆ ณ เวลานี้

พอล มิตเชลล์……

ใครคือ พอล มิตเชลล์

อดีตบอร์ดของ เซาธ์แฮมป์ตัน และ ท๊อตแน่ม ฮอทสเปอร์ โดดเด่นเรื่องงานจัดการทรัพยากรณ์คนในองค์กรณ์ แล้วทำไมเจ้าหน้าที่วัย 37 รายนี้ถึงเหมาะกับการทำงานในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ?

แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่เคยมี ผอ.ฟุตบอล มาก่อน – ตรงกันข้ามกับเพื่อนบ้านอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่แต่งตั้ง ซิกิ เบกิริสไตน์ เข้ามาตั้งแต่ปี 2012 แล้ว

ผลจากการเข้ามาของ เบกิริสไตน์ จึงทำให้เราได้เห็นเขาดึง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า มาสู่ทีมในอีก 4 ปีต่อมา นับเป็นสุดยอดความสำเร็จและการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของ “เรือใบสีฟ้า”

สำหรับทีมใน อังกฤษ มันอาจเป็นเรื่องใหม่ เพราะพวกเขาเคยมีธรรมเนียมมอบหน้าที่การซื้อ-ขายให้ผู้จัดการทีม เหมารับงานไปทั้งหมดมาตลอด ซึ่งต่างกับหลายๆ สโมสรของประเทศอื่นๆ ในยุโรปที่คุ้นชินกับมันเป็นอย่างดี

สำหรับ พอล มิตเชลล์ เขาเป็นชาวแมนคูเนี่ยนพันธุ์แท้ ลืมตาดูโลกที่ แมนเชสเตอร์ ปัจจุบันเขารับหน้าที่เป็นหัวหน้าฝ่ายจัดสรรและพัฒนาบุคลากรของสโมสร อาร์บี ไลป์ซิก ในศึก บุนเดสลีกา

สำคัญกว่านั้นก็คือ เขาเป็นคนที่ทำงานร่วมกับกุนซือที่แฟนๆ แมนฯ ยู โคตรอยากได้อย่าง เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ มาทั้งตอนอยู่ เซาธ์แฮมป์ตัน และ สเปอร์ส

แม้จะดูเป็นวิธีทื่อๆ แต่เราปฏิเสธไม่ได้ครับว่าการเข้ามาของ มิตเชลล์ อาจเป็นการแผ้วทางให้ “โปโซ่” ตัดสินใจเก็บข้าวของมาซบตัก “เร้ด เดวิลส์” ได้ง่ายขึ้น

หากเป้าหมายระยะยาว 3 ข้อของ แมนฯ ยู คือ การสร้างเด็กเยาวชน , การเล่นฟุตบอลเอ็นเตอร์เทน และการเก็บชัยชนะอย่างสม่ำเสมอ ชื่อของ โปเช็ตติโน่ และ มิตเชลล์ ก็ดูจะตอบโจทย์ไปเสียทุกอย่าง

ถ้าไม่เชื่อ! ให้ลองดูสไตล์ฟุตบอลของ “ไก่เดือยทอง” และ ไลป์ซิก เป็นตัวอย่างได้ พวกเขายังไปไม่ถึงแชมป์ก็จริง แต่องค์ประกอบดั้งเดิมของทั้ง 2 ทีมนี้ ก็มีความแตกต่างกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่มีทรัพยากรรอบตัวที่เพียบพร้อมกว่ามาก

ซาดิโอ มาเน่ , กราเซียโน่ เปลเล่ และ ดูซาน ทาดิช ตบเท้ามาอยู่ “นักบุญ” ก็เพราะ มิตเชลล์ ขณะที่กับ สเปอร์ส เขาก็เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงดึง เดเล่ อัลลี , โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์ และ คีย์แรน ทริปเปียร์ เข้ามา

ว่ากันว่าการเซ็น อัลลี จาก เอ็มเค ดอนส์ คือผลงานชิ้นโบว์แดงที่ทำให้ โปเช็ตติโน่ ศรัทธาในตัวของ มิตเชลล์ แบบหมดใจมาตั้งแต่วันนั้น อีกทั้ง มิตเชลล์ จะไม่มีทางเซ็นแข้งชื่อดังหน้าไหนเข้ามา ถ้าหากนั่นหมายถึงการปิดโอกาสแข้งท้องถิ่นที่น่าสนใจบางคนต่อการแจ้งเกิด

หลุยส์ ฟาน กัล เคยถลุงเงิน 44.8 ล้านปอนด์ เพื่อแลกกับ ดาลี่ย์ บลินท์ และ เมมฟิส เดปาย แต่ทั้งคู่ก็โดน โชเซ่ มูรินโญ่ โละทิ้งหลังจากนั้นไม่นาน ก่อนที่หลังจากนั้น “เดอะ สเปเชี่ยล วัน” จะดึง ลินเดอเลิฟ , อเล็กซิส และ ไบยี่ เข้ามาเติมแต่ง

มันก็จริงอยู่ ที่การโละผู้เล่นนั้นถือเป็นส่วนหนึ่งของยามที่เปลี่ยนผู้จัดการทีมอยู่แล้ว แต่ในเคสของ แมนฯ ยู นั้น ถ้าหากไม่นับ ดาบิด เด เคอา พวกเขาไม่มีแข้งที่เป็นแกนนำที่มั่นคง และมีศักยภาพที่จะช่วยแนะนำประคับประคองกุนซือหน้าใหม่ที่เข้ามาเลยแม้แต่นิดเดียว

เปรียบดั่งแขกผู้มีเกียรติที่ถูกเชิญเข้าบ้านหลังใหญ่โดยที่ไม่มีแม้กระทั่งคนต้อนรับ! ห้องน้ำอยู่ตรงไหน นั่งที่ใด ใครเป็นใคร นี่คือสิ่งที่ แมนฯ ยู ไม่สามารถบอกได้เลย

ตลอดช่วงเวลากว่า 5 ปี กับการเปลี่ยนผ่านกุนซือ 3 คนที่ล้มเหลว แมนฯ ยู ควรจะตระหนักได้แล้วว่า “กุนซือเพียง 1 คน” ไม่สามารถทดแทนบทบาทของ เซอร์ อเล็กซ์ ที่ทำหน้าที่ต่างๆ ไว้มากมายได้

หนทางสู่แสงสว่างของ แมนฯ ยูไนเต็ด จำเป็นต้องมี “ผู้อำนวยการฟุตบอลที่ใช่” ด้วยเช่นกันครับ

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *