เนย์มาร์ ในเงามืดของตัวเอง มีเป้าหมายอะไร ในการเป็นนักเตะ

เนย์มาร์ กับการย้ายทีม ซึ่งการย้ายทีมมีความสำคัญกับชีวิตนักเตะคนหนึ่งเสมอ ในยุค 2000 เราอาจพบ “วันคลับแมน” ได้ยากมาก เพราะทุกคนมุ่งหน้าหาอนาคตที่ดีกว่า ย้ายไปอยู่ทีมใหญ่ หรือแม้กระทั่งเยาวชนในทีมใหญ่ยังต้องย้ายไปหาเวลาลงสนามกับทีมขนาดเล็ก แต่คนที่อยู่กับทีมใหญ่ในฐานะซูเปอร์สตาร์อยู่แล้ว ก็ยังย้าย เช่น เนย์มาร์เขาตามหาอะไร

เนย์มาร์

เนย์มาร์กับอนาคตการเป็นนักเตะ เขากำลังวิ่งตามหาอะไรกันแน่

การเป็นเบอร์หนึ่งของโลก เริ่มต้นที่การเป็นเบอร์หนึ่งในทีม นั่นอาจเป็นเหตุผลให้เขาย้ายไปที่ปารีส แล้วตลอดระยะเวลา 18 เดือน เขายังอยู่บนเส้นทางนี้หรือไม่  

เสียงของแฟนๆ จำนวนไม่น้อยเชื่อว่า เนย์มาร์ต้องการเงิน แต่ชื่อเสียงก็ต้องเดินหน้าไปพร้อมกัน เขาจึงเลือกเป็นเบอร์หนึ่งโลกด้านค่าตัวที่ 200 ล้านยูโร (8,000 ล้านบาท) กับ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง อันที่จริง คุณพ่อที่เป็นเอเย่นต์เลือกให้ พูดแบบนี้น่าจะถูกต้องมากกว่า และค่าเหนื่อยสัปดาห์ละ 600,000 ยูโร (24 ล้านบาท) หลังหักภาษี อาชีพนักฟุตบอลอายุสั้น ต้องรีบกอบโกย

แต่มีคนอีกจำนวนหนึ่งเคยพูดว่า เขาจะไม่มีทางเป็นสุดยอดแข้งระดับโลก ถ้ายังอยู่ที่ บาร์เซโลน่า เพราะเขาจะอยู่ใต้เงา ลิโอเนล เมสซี่ ตลอดไป ทั้งที่การเล่นร่วมกันกับ หลุยส์ ซัวเรซ ทำให้พวกเขาประกอบร่างเป็นแนวรุกอันน่าเกรงขามหมายเลขหนึ่งของโลก และเทรเบิ้ล แชมป์ที่ได้มาก็มี เนย์มาร์เป็นส่วนประกอบสำคัญ เขาได้เข้าชิง บัลลง ดอร์ ด้วย แต่การอยู่ใกล้กันเกินไป ก็มากมายด้วยข้อเปรียบเทียบ และความสามารถของ เมสซี่ ส่องสว่างจนเกินไป

หรือ เทรเบิ้ล แชมป์นั้นหมายความถึงความสำเร็จที่ไขว่คว้ามาได้อย่างครบถ้วน ถึงเวลาที่ต้องเดินหน้าลุยเดี่ยว ออกหาความท้าทายใหม่ๆ ลองดูว่าเขาจะเป็นดาวเด่นแต่เพียงผู้เดียวได้หรือไม่ การย้ายทีมจึงเกิดขึ้น

เนย์มาร์เมสซี่ ซัวเรซ แนวรุกที่น่ากลัวที่สุดชุดหนึ่งเท่าที่โลกนี้เคยมีมา ทักษะ ความสามารถเฉพาะตัว ทีมเวิร์ค ทุกอย่างลงตัวในสีเสื้อเลือดหมูน้ำเงิน แต่ เนย์มาร์ส่งให่ เมสซี่ คว้า บัลลง ดอร์ หรือ เมสซี่ ส่งให้เนย์มาร์ ชิง บัลลง ดอร์ เป็นคำตอบที่ยาก

ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม ชื่อเสียง เงินทอง ความสำเร็จ ความท้าทาย การส่องประกายเฉิดฉาย ตอนนี้ เนย์มาร์อยู่ที่ ปารีส เขาไม่อยู่ในเงาของใครอีกแล้ว แต่อยู่ใต้เงามืดของตัวเอง

ทันทีที่ย้ายมา เขาคือสตาร์ที่จะส่องสว่าง ด้วยวัย 25 ปี เขามีเวลาอีกมากมายที่จะพาทีมก้าวไปข้างหน้า แต่ความโดด่งดังของเขาทำให้คนที่อยู่มาก่อนและเป็นคนสำคัญอย่าง เอดินสัน คาวานี่ ไม่พอใจ

คาวานี่ ต่อสู้ในทีมชุดนี้มานาน ตั้งแต่มี ซลาตัน อิบราฮิโมวิช เมื่อแข้งสวีดิชย้ายไปได้ไม่นาน คลื่นระลอกใหม่อย่างเนย์มารร์ ก็ซัดสาด ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้จริงๆ เพราะในปี 2016/17 ที่ คาวานี่ เป็นความหวังของทีม เขากลับไม่สามารถช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ ลีก เอิง ได้ เจอพลังดาวรุ่ง โมนาโก แซงหน้า ทำให้ผู้บริหารต้องแก้เกมด้วยการเสริมทัพ

นอกจากค่าตัวและค่าเหนื่อย ทุกอย่างที่ “เปแอสเช” เป็นเงินเป็นทองไปทั้งหมด มีข่าวลือว่าผู้บริหารให้เงินหลักล้านยูโรกับ คาวานี่ เพื่อมอบหน้าที่มือสังหารให้ เนย์มาร์และ เนย์มาร์ก็ได้เงินพิเศษถ้าไปร่วมปรบมือขอบคุณแฟนๆ หลังจบเกม ทั้งที่มันเป็นเรื่องปกติที่ทีมอื่น คนอื่นเขาทำกัน สถานะซูเปอร์สตาร์ของ เนย์มาร์ ว่ามากแล้ว บังเอิญ สโมสรก็ไปคว้าตัว ดาเนี่ยล อัลเวส มาอีก จนเหมือนเป็นการแบ่งฝ่ายอย่างชัดเจน กว่าเรื่องจะเงียบลง ก็กินเวลานาน บางทีมันอาจจะยังคุกรุ่นอยู่ด้วย แต่เราแค่ทำเป็นลืมๆ มันไ

 

ขณะที่สื่อพยายามนำเสนอความขัดแย้งของทั้งคู่ พวกเขาเงียบไม่ตอบโต้ และพยายามทำให้สถานการณ์ในสนามเป็นเรื่องปกติ

ถึงอย่างนั้น ความเป็นซูเปอร์สตาร์ก็ไม่ได้นำพา เป้าหมายสูงสุดของ นาสเซอร์ อัล เคไลฟี่ และกลุ่มทุนกาตาร์คือการพาทีมเป้นหนึ่งในฝรั่งเศส และหนึ่งในยุโรป แม้ซีซั่นแรกที่เขาย้ายเข้า “เปแอสเช” กอบกู้บัลลังก์ ลีก เอิง และถ้วยในประเทศมาได้ แต่ก็ร่วงตกรอบ 16 ทีม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วยการพ่าย เรอัล มาดริด นัยว่าเจอกันเร็วไปหน่อย บวกกับอับโชค มาดริด ดันเป็นที่ 2 ของกลุ่มที่ไม่มีใครอยากเจอ แต่พวกเขาก็ผ่านมันไปไม่ได้ อย่างว่า เก่งไม่พอ ต้องเฮงบ้าง

ครบฤดูกาล เนย์มาร์ คว้ารางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยม ลีก เอิง 48 ประตูจาก 53 เกม เขาเดินลงสนามในศึกฟุตบอลโลกอย่างภาคภูมิ พร้อมความหวังจะแก้ตัวจากเมื่อ 4 ปีก่อน ส่วนผสมของทีมชุดนี้ยอดเยี่ยม

แต่พวกเขาพ่ายแพ้ให้กับทีมเวิร์คและความมุ่งมั่นของ เบลเยี่ยม ยุคทองที่หลายคนรู้ตัวว่า พวกเขาอาจไม่มีโอกาสนี้อีก

อาซาร์ ดวลฝีเท้ากับ เนย์มาร์ พวกเขาไม่ได้ปะทะกันโดยตรงด้วยตำแหน่งในสนาม แต่ต่างคนต่างต้องทำเต็มที่เพื่อทีม ซึ่งในฟุตบอลโลกครั้งนี้ อาซาร์ ดูจะมาแรงกว่าเล็กน้อย

เอแด็น อาซาร์ คือแข้งรุ่นเดียวกับ เนย์มาร์ ที่กำลังต่อสู้ในฐานะนักเตะแถวหน้าของโลก เขาส่องประกายอย่างมากที่รัสเซีย ทำให้มีแฟนๆ จำนวนไม่น้อยเชื่อว่านี่คือคนถัดไปที่จะโค่นบัลลังก์ของ เมสซี่ ปัญหาเดียวก็คือ เขาจำกัดตัวเองเป็นกองกลางที่มีความสุขกับการป้อนบอลให้เพื่อนเข้าทำ มากกว่าจะยิงด้วยตัวเอง

ต่างจาก เนย์มาร์ ที่กระหายประตูมากกว่า และในปี 2018 นี้ อาซาร์ ยังเหนือกว่านิดๆ ด้วยการอยู่กับ เชลซี และ พรีเมียร์ลีก ที่ดูสนุกตื่นเต้นกว่าฝรั่งเศสเล็กน้อย

การอยู่กับทีมที่คับคั่งด้วยซูเปอร์สตาร์อย่าง “เปแอสเช” บวกกับอาการบาดเจ็บบ่อยครั้ง และในวันที่ไม่มีเขาทีมก็ยังชนะได้ นั่นทำให้เขารู้ว่า เขาไม่จำเป็นต้องแบกโลกไว้บนบ่า เขาลงสนามมาสร้างความฮือฮา เป็นเหมือนเพชรเม็ดงามส่องประกายบนสายสร้างสีทอง แต่สุดท้ายแล้ว เขาทำอะไรไม่ได้มากกว่าการยิง 2 ประตูเท่านั้น

เมื่อบราซิลกระเด็นตกรอบก่อนรองชนะเลิศ ความหวัง บัลลง ดอร์ ก็น้อยลง ท้ายที่สุดมันก็ไม่ถึงมือเขาตามเคย และดูเหมือนว่า โลกนี้กำลังมีดาวรุ่งดวงใหม่พุ่งแรงอย่าง คีเลี่ยน เอ็มบัปเป้ ที่คอยซุ่มดูว่าพี่ๆ ทำอะไรกันทั้งในสโมสรและทีมชาติ เด็กที่กล้าเกินอายุ เล่นเกมรุกวูบวาบ และมีค่าตัวเป็นรอง เนย์มาร์ คนเดียวในโลกนี้

เอ็มบัปเป้ มาเงียบๆ ไม่ค่อยออกตัวหรือพูดอะไรออกสื่อเกินจำเป็น แต่ฝีเท้าในสนามของเขาไม่เงียบ และเป็นถึงกำลังหลักในชุดแชมป์โลก 2018 ของทีมชาติฝรั่งเศสด้วยวัยไม่เกิน 20 ปี

วิถีฟุตบอล เนย์มาร์ น่าจะเข้าใจดี เขาเป็นดาวรุ่งมาก่อน และค่อยๆ เข้ามาแทนรุ่นพี่อย่าง ฮัคล์ หรือ เลอันโดร ดาเมียว ต่างกันตรงที่ บราซิลช่วงเวลานั้นไม่มีดาวเด่นระดับเขย่าโลก ทำให้การมาของเขาเป็นเหมือนสิ่งที่แฟนๆ เฝ้ารอ และเหมือนว่าทุกคนก็ยังคงรอต่อไป

ปี 2019 ยังไม่มีใครลืมว่า เนย์มาร์ อยู่ที่ ปารีส รู้ด้วยว่า อาการบาดเจ็บเล็กๆ น้อยๆ รบกวนเขาอยู่บ่อยครั้ง และจากการเปลี่ยนมือกุนซือไปที่ โทมัส ทูเคิ่ล ทีมชุดนี้ดูมีประสิทธิภาพมากขึ้น และดูคล้ายว่าจะไม่ต้องพึ่งสตาร์มากเท่าไร อย่างที่บุกเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2-0 ในรอบน็อคเอาท์ แชมเปี้ยนส์ ลีก ดับฝัน ดับซ่าของทีมที่มาแรงที่สุดในอังกฤษ

เนย์มาร์ เป็นเหยื่อของชื่อเสียง ความโด่งดังของตัวเอง หรือเดินเกมพลาดเมื่อย้ายออกจาก บาร์เซโลน่า  เพราะในวัย 27 ปีเขาเข้าสู่ช่วงพีคสุดขีดของอาชีพนักฟุตบอลแล้ว

เขาเหลือเวลาอีกไม่มากกับความสำเร็จที่เขาควรไขว่คว้ามันมา อันที่จริงเขาไม่ใช่คนแรกของโลกที่ย้ายทีมเพื่อเงิน เพื่อมุ่งหน้าอย่างทะเยอทะยาน เพื่ออะไรบางอย่าง หรือเพื่อตัวเอง แต่มันน่าจะถึงเวลาที่เขาต้องทำอะไรสักอย่าง ไม่อย่างนั้นเขาก็อาจต้องแขวนสตั๊ดพร้อมกับคำค่อนขอดในฐานะนักเตะที่มีมาตรฐานน้อยกว่าตำนานอย่าง โรมาริโอ้ หรือ โรนัลโด้ โดยไม่ได้อยู่ในเงามืดของใคร นอกจากเงามืดของตัวเอง    

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *