หงส์แดง ปีศาจแดง ภายใต้ผลเสมอ มีผู้ชนะตัวจริงใน ศึกแดงเดือด

sbo

ศึกแดงเดือด ระหว่าง หงส์แดง ปีศาจแดง ในมุมของ ลิเวอร์พูล แล้วนั้น มันเป็นผลลัพธ์และฟอร์มการเล่นอันแสนน่าหงุดหงิด ที่อาจส่งผลถึงโอกาสในการลุ้นแชมป์ พรีเมียร์ลีก ในระยะยาว

การเสมอ หงส์แดง ปีศาจแดง 0-0 ในหนล่าสุดของ “ศึกแดงเดือด” ก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่หลากหลาย

ในมุมของ ลิเวอร์พูล แล้วนั้น มันเป็นผลลัพธ์และฟอร์มการเล่นอันแสนน่าหงุดหงิด ที่อาจส่งผลถึงโอกาสในการลุ้นแชมป์ พรีเมียร์ลีก ในระยะยาว

“เดลี่ย์เมล์” สื่อดังแห่งแดน “ผู้ดี” ตีข่าวพาดหัวถึงเรื่องนี้ว่า “From Believer to Doubter” แปลเป็นไทยได้ความง่ายๆ ว่า “จากความเชื่อสู่ความสงสัย”

ภาษากายที่ “ลิเวอร์พูล”แสดงออกมาให้เห็นตอนนี้ มันดูเหมือนว่าจริงๆ แล้วพวกเขาก็แอบสงสัยในตัวเองอยู่เหมือนกัน

แน่นอนว่าการบุกไปเยือน แมนฯ ยู ถึงถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ไม่ใช่ภารกิจง่ายๆ แต่ถึงกระนั้น เมื่อลงสนามไปแล้ว พลพรรค “ปีศาจแดง” ของ โอเล่ โซลชาร์ ก็ไม่ได้โชว์ฟุตบอลที่มีพิษสงซับซ้อนอะไรมากมาย โดยเฉพาะระบบทีมเวิร์คและการความแม่นการจ่ายบอลที่ยังตามหลัง ลิเวอร์พูล อยู่เยอะ

ลิเวอร์พูล

นั่นยังไม่รวมกับวิกฤติระหว่างเกม ที่ “ผีแดง” มีแข้งเดี้ยงฉุกเฉินไปถึง 3 คน แถม 1 ในคนต้องเล่นไปเรื่อยๆ จนจบเกมอย่าง มาร์คัส แรชฟอร์ด ก็วิ่งแบบกระเผลกตลอดเวลา

มันเหมือนกับว่าจริงๆ แล้ว แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด มีผู้เล่นแค่ 10 คนครึ่ง ในการต่อกรกับ “หงส์แดง”ที่มีอาวุธค่อนข้างครบมือ ถึงแม้จะสูญเสีย โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ไปก็ตาม

แต่นี่อะไร ? กลับเป็นทาง ลิเวอร์พูล เสียเอง ที่พาตัวเองไปอยู่ในจุดที่ต่ำกว่ามาตรฐาน เล่นได้ไม่เต็มศักยภาพซะเกินครึ่งทีม ไล่ตั้งแต่ เจมส์ มิลเนอร์ , ซาดิโอ มาเน่ , โม ซาล่าห์ , สเตอร์ริดจ์ , จอร์แดน เฮนเดอร์สัน หรือแม้กระทั่ง แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน

ระบบทีมเป็นไปอย่างตะกุกตะกักตลอดทั้ง 90 นาที เช่นเดียวกับจังหวะยิงเหน่งๆ ที่ไม่มีให้เห็นเลยสักครั้ง ดาบิด เค เคอา ยืนสบายๆ ไม่มีงานอะไรให้ต้องทำ

กลายเป็น แมนฯ ยู เสียอีก ที่สร้างจังหวะจากการเล่นแบบฉาบฉวยได้หลายลูก โดยเฉพาะ ปอล ป๊อกบา ที่แบกทีมเป็นประโยชน์เหลือเกินทั้งเกมรุกและรับ สวนทางกับทัพ “เร้ด แมชชีน” ที่ขยันจ่ายพลาดง่ายๆ ครั้งแล้วครั้งเล่า เสมือนกับต้องการปลอบใจนักเตะฟอร์มกะโหลกกะลาของคู่แข่งอย่าง แอชลี่ย์ ยัง , อันเดรียส เปเรยร่า หรือ อเล็กซิส ซานเชส

หงส์แดง

คำพูดของ เจอร์เก้นคล็อปป์ หลังจบแมตช์ที่กล่าวว่า “แมนฯ ยูไนเต็ด ลงไปเล่นในแบบที่ทีมเราน่าจะชนะได้ แต่เราก็ไม่ทำมันซะเอง” ไม่ใช่คำกล่าวที่เกินจริงเลยแต่อย่างใด

ในวันที่  ปีศาจแดง แมนฯ ยู ต่ำกว่ามาตรฐาน – ในวันที่ แมนฯ ยู พิการ – ในวันที่ ลิเวอร์พูล ยกระดับฟุตบอลของตัวเองขึ้นมาสูงกว่า – ในวันที่ทีมมีโอกาสจะฆ่าคู่อริในวันที่ฆ่าได้…….แต่ ลิเวอร์พูล ก็ไม่ (มีปัญญา) ทำ

นี่อาจเป็นหอกที่กลับมาทิ่มแทงพวกเขาเองในบทสุดท้าย

สกอร์ที่ออกมาเจ๊า 0-0 จึงไม่ได้สะท้อนออกมาแค่การแบ่งแต้มเพียงอย่างเดียว เพราะถ้าเราวิเคราะห์ในแง่ของรูปเกมแล้วนั้น โซลชาร์ คือฝ่ายที่วางหมากข่ม คล็อปป์ ได้สำเร็จ

ในผลเสมอที่ออกมานี้ จึงมีผู้ชนะคะแนนอยู่ในแง่ของแท็คติกซ่อนอยู่

การนับถอยหลังอีก 11 นัดถัดจากนี้ จากจำนวนนัดที่เตะเท่าๆ กันของ ลิเวอร์พูล กับ แมนฯ ซิตี้ มันคงเป็นเรื่องยากที่ทั้ง 2 ทีมจะเก็บชัยชนะได้แบบเรียบวุธหมดทุกนัด

ทีมฟุตบอล

แต้มต่อที่ “หงส์แดง”เหนือกว่า “เรือใบสีฟ้า” 1 คะแนนในตอนนี้ ถึงแม้จะไม่ได้มากมาย แต่มันก็เป็นความได้เปรียบ! ที่ทำให้ ลิเวอร์พูล ยังคงเป็นฝ่ายกุมอนาคตของตัวเองเอาไว้อยู่

 ที่เหลือก็ไปลุ้นกันเองว่า ในท้ายที่สุดแล้ว ใครจะเป็นฝ่ายที่สะดุดพลาดมากกว่ากันครับ    

 

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *