เส้นทาง ลุ้นแชมป์ เรือใบ หงส์แดง พรีเมียร์ลีก 2019 ยังมีลุ้นทั้ง 2 ทีม

sbo

ลุ้นแชมป์ เรือใบ หงส์แดง

ลุ้นแชมป์ เรือใบ หงส์แดง สถานการณ์สะดุดปราชัยของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 0-1 เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา จะส่งผลกับลูกทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า มากขนาดไหน?

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แพ้ในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

ในรอบ 8 ทีมสุดท้ายในฟุตบอลถ้วยใหญ่ของยุโรป

ทัพ “เรือใบสีฟ้า” ส่งผู้เล่นลงสนามแบบกั๊กๆ พอสมควร เหมือนจะมาเพื่อเน้นผลการแข่งขันมากกว่าที่จะมาถล่มแหลก คู่เซ็นเตอร์ ไม่เลือกใช้ จอห์น สโตน ขณะที่กองกลางมีทั้ง แฟร์นันดินโญ่ และ อิลคาย กุนโดกัน  แนวรุกก็เลือกใช้ ริยาด มาห์เรซ ก่อน เลรอย ซาเน่ หรือ แบร์นาโด้ ซิลวาเควิน เดอ บรอยน์ ก็โดนดรอปไว้ข้างสนาม

มันแสดงให้เห็นว่า แมนฯ ซิตี้ ก็พะวงกับเกมลีกอยู่พอสมควร แม้ว่าเกมนัดถัดไป พวกเขาจะบุกไปเยือน คริสตัล พาเลซ ทีมที่มีระดับศักดินา ที่ดูอ่อนชั้นกว่า  แต่การเจอกันในเกมแรก ที่ เอติฮัด สเตเดี้ยม มันน่าจะสร้างบาดแผลให้กับ เป๊ป พอสมควร เพราะว่านี่เป็นอีกหนึ่งทีมที่ยัดเยียดึงามพ่ายแพ้ให้กับพวกเขาได้ ฉะนั้นเลยอาจจะต้องเน้นเป็นพิเศษ

เยือน ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สเตเดี้ยม

ขณะเดียวกันก็ต้องประคองตัวให้ดีในเกมเลกแรกที่ต้องบุกเยือน ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สเตเดี้ยม ด้วย เลยทำให้เราได้เห็น 11 ผู้เล่นตัวจริง ที่ออกมากั๊กๆ แบบนี้ รูปเกมช่วงแรกก็เป็นผู้มาเยือนที่ครองบอลได้เป็นส่วนใหญ่ แต่ก็ยังไม่สามารถเจาะแนวรับของ สเปอร์ส ได้ถนัดถนี่นัก ลูกจ่ายตัดแนวรับกองหลังระหว่างแบ็กกับเซ็นเตอร์ แทบไม่เกิดขึ้นเลยในเกมนี้  และการให้ ดาบิด ซิลบา รับภาระเป็นตัวออกบอลพียงคนเดียว มันก็เป็นสิ่งที่หนักไปหน่อย…

เล่นไปเล่นมา กลายเป็นเจ้าบ้าน สเปอร์ส ที่เริ่มทำผลงานได้ดี เริ่มครองบอลได้ และพยายามบุกใส่จ่าฝูง พรีเมยร์ลีก ทำไปทำมามีโอกาสยิงวูบวาบหลายทีด้วย เกมนี้ถือเป็นอีกเกมที่เล่นกันค่อนข้างหนัก แต่เป็นการหนักในเกม มีการเสียบบอล เข้าสกัดแบบไม่มีหยุมหยิม โดยเฉพาะทางลูกทีมของ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ที่น่าจะกำลับมาให้เล่นแบบนี้

ต้องชื่นชมแท็กติกของกุนซือชาวอาร์เจนไตน์ การเข้าสกัดบอลแบบถึงตัว เป็นประโยชน์ที่ดีกับทีม เพราะมันทำให้พวกเขาได้บอลกลับมา  และไม่ปล่อยให้คู่แข่งใช้เทคนิคในการเลี้ยงกินตัวได้มากมายนัก จังหวะที่ผู้ตัดสิน บียร์น คุยเปอร์ส ไปดูภาพช้าจาก วีเออาร์ ในจังหวะแฮนด์บอลของ แดนนี่ โรส ก่อนจะมาให้จุดโทษกับทีมเยือน ก็ต้องบอกว่าเป็นอะไรที่น่าเห็นใจ

ภาพช้าจาก วีเออาร์ ในจังหวะแฮนด์บอล

จังหวะนี้ผมมองว่าไม่น่าจะเป็นแฮนด์บอล แม้ว่าบอลจะโดนแขน โรส จริง แต่เจ้าตัวไม่ได้ตั้งใจที่จะยกขึ้นมาบังบอล อย่างไรก็แล้วแต่ ตามกฎของ ยูฟ่า แล้ว ถ้าลูกบอลถูกแขน ที่ไม่ได้แนบไว้กับตัว ก็ถือว่าเป็นแฮนด์บอล มันก็จะคล้ายๆ กับการทำแฮนด์บอลของ ปาสเนล คิมเพมเบ้ ในเกมที่ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง โดน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สอยคาบ้าน 1-3 นั่นแหละครับ

อย่างไรก็ตาม จุดโทษดังกล่าวก็ไม่ต้องมานั่งถกเถียงอะไรกันอีก ในเมื่อสุดท้ายแล้ว ลูกยิงของ เซร์คิโอ อเกวโร่ ถูกปฏิเสธโดย อูโก้ โยริส นายทวารเจ้าถิ่น ซึ่งก็น่าแปลกใจว่าหมอนี่ มักจะมีลูกเซฟสุดยอดเสมอ แต่ก็สามารถสร้างจังหวะง่ายๆ ให้การเป็นความผิดพลาดได้เช่นกัน ไม่รู้มันเป็นเพราะอะไร

ซึ่งถือว่าจุดโทษที่ยิงไม่เข้าลูกนี้ กลายเป็นจุดเปลี่ยนอีกหนึ่งอย่างก็ว่าได้ เพราะหลังจากนั้นเกมของ สเปอร์ส ก็ดีขึ้นเรื่อยๆ และมีโอกาสขึ้นนำคู่แข่งได้บ้างเหมือนกัน ครึ่งหลัง เกมกลับมาเป็นของ แมนฯ ซิตี้ อยู่ในช่วงแรก แต่หลังจากเริ่มเจาะไม่เข้า ก็ค่อยๆ ถูก “ไก่เดือยทอง” ที่เล่นกันอย่างขยันขันแข็ง พลิกบทบาทเป็นฝ่ายรุก

แฮร์รี่ เคน เข้าสกัด ฟาเบียน เดลฟ์

และเหมือนหายนะมาบังเกิดกับเจ้าถิ่นและ โปเช็ตติโน่ เมื่อ แฮร์รี่ เคน เข้าสกัด ฟาเบียน เดลฟ์ แต่กลายเป็นว่าไปถูกเพื่อนร่วมชาติย่ำเข้าไปที่ข้อเท้า ต้องหิ้วปีกออกสนามไป สเปอร์ส ขาดกองหน้าตัวความหวังทันที!

แต่มันก็เหมือนสถานการณ์สร้างวีรบุรุษ ถ้าเรายังจำกันได้ ในช่วงก่อนหน้านี้ที่ เคน บาดเจ็บไปราวๆ เดือนเศษๆ พลพรรค ท็อตแน่ม กลับเก็บชัยชนะรวด แม้จะดูทุลักทุเลก็ตามที โดยมีนักเตะจากเอเชีย หนุ่มหน้าตี๋ เป็นผู้แบกทีม คนๆ นั้นคือ ซน เฮืองมิน…

ซน เฮืองมิน

เกมนี้ ก็กลายเป็น “ตี๋ซน” ที่เป็นฮีโร่ กดประตูชัย

ทำให้ สเปอร์ส เอาชนะไปได้ก่อนในเกมเลกแรก ชิงความได้เปรียบไปเป็นที่เรียบร้อย คำถามคือ มันเสียหายมากขนาดไหนกับการที่ แมนฯ ซิตี้ พ่ายในเกมนี้ ถ้ามองในแง่ของการเล่นเหย้า-เยือน รวมถึงสถิติและศาสตร์ของฟุตบอลต่างๆ ต้องบอกว่าเสียหาย แต่ไม่มาก

เพราะถ้าพวกเขากลับไปเอาชนะที่บ้านของตัวเองได้ 1-0 ก็ต่อเวลา ถ้าชนะขาดกว่านั้น ก็เข้ารอบไปเลย โจทย์คือต้องชนะไว้ก่อนสถานเดียว ถามว่าทีมอย่าง แมนฯ ซิตี้ ที่มี เป๊ป เป็นกุนซือ มีนักเตะระดับพระกาฬมากมาย ทำได้หรือไม่? แน่นอนว่าได้อยู่แล้ว เพียงแต่…

1.เกมนี้กุนซือชาวสแปนิช เลือกใช้ผู้เล่นผสมผสาน ชุดไม่เต็มนัก เพราะอย่างน้อย แบร์นาโด้ ซิลวา นักเตะหนึ่งตัวเต็งแข้งยอดเยี่ยมประจำซีซั่น ไม่ได้ลงเล่น แสดงว่าเขาเน้นเรื่องของผลการแข่งขันชัดเจน

2.ในช่วงครึ่งหลัง จังหวะที่ “กุน” ถูกเปลี่ยนตัวออก สังเกตได้ว่าเขาจะค่อยๆ เดินออกมาจากสนาม ในขณะที่เกมยังเสมอกันอยู่ 0-0 นั่นหมายความว่า พวกเขาพอใจกับผลเสมออยู่ไม่น้อย และไปเน้นกับเกมในบ้านต่อไป

3.ปกติ เป๊ป จะไม่ได้เป็นคนที่มีการเปลี่ยนตัวแก้เกมช้ามากเท่าไหร่ แม้ขณะที่เวลาทีมนำห่าง บางเกมยังเปลี่ยนเร็ว เพื่อให้นักเตะตัวจริงบนสนามพัก และเอานักเตะสำรองไปเล่นเพื่อเรียกฟอร์มต่อเนื่อง แต่นี่กว่าจะเปลี่ยนเอา เลรอย ซาเน่ กับ เควิน เดอ บรอยน์ ลงสนามก็ต้องรอให้โดนยิงนำไปก่อน ซึ่งมันเกิดในช่วงท้ายเกมเข้าไปแล้ว มันยิ่งตอกย้ำเข้าไปอีกว่าเขาอยากจะพักแข้งบางรายไว้อย่างเต็มที่ และพอใจกับผลเสมอ

เป๊ป โปเช็ตติโน่

แต่ในเมื่อผลการแข่งขันไม่ได้ออกมาเป็นอย่างที่หวังเท่าไหร่นัก สิ่งที่จะส่งผลแน่นอนคือเรื่องของสภาพจิตใจ ความต่อเนื่องหลังจากที่พวกเขาเก็บชัยชนะมายาวถึง 14 นัดในทุกรายการ อาจจะเป็นเพราะ เป๊ป ให้ความสำคัญกับเกมลีกมากเกินไป เพราะพวกเขามีสิ่งที่ได้เปรียบ ลิเวอร์พูล อยู่หนึ่งอย่างคือเรื่องของโปรแกรม ที่แข่งน้อยกว่าอยู่ในมือ และถ้าพวกเขาเก็บชัยชนะได้หมดทุกนัดที่เหลือ ก็ไม่ต้องไปสนใจผลของ “หงส์แดง” เลย

ขณะที่เกม แชมเปี้ยนส์ ลีก มีแข่งกัน 2 เลก ฉะนั้นการเน้นหนักในบ้านเป็นยุทธศาสตร์ที่ดีของทีมที่ลุ้นแชมป์หลายรายการ คราวนี้ก็ต้องมาดูกันว่าเกมลีกสุดสัปดาห์ ที่จะต้องไปเยือน คริสตัล พาเลซ พวกเขาจะสามารถล้างแค้นจากที่เคยพ่ายแพ้มาได้หรือไม่ เชื่อว่าในเกมวันนั้น นักเตะที่ได้พักในบอลยุโรป จะทะยอยกลับมามีชื่อตัวจริง และกลายเป็นทีมชุดเต็มแน่นอน

นั่นคือข้อดีของ แมนฯ ซิตี้ ที่พอมีบ้าง คือการที่พวกเขาแพ้ 0-1 มันยังไม่ได้บ่งบอกว่าพวกเขาจะตกรอบ แถมยังไม่ยากจนเกินไปในการพลิกสถานการณ์กลับมาเป็นฝ่ายเข้ารอบต่อไป และการที่โรเตชั่นทีม ก็ทำให้พวกเขามีชุดที่จะเอาไว้ลุยเกมลีกได้แบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย ขณะที่ ลิเวอร์พูล ก็มีการพักตัวผู้เล่นบางรายเช่นกัน ในเกมที่พบกับ ปอร์โต้ ซึ่งทาง “หงส์แดง” โชคดีกว่าที่คู่แข่งใน แชมเปี้ยนส์ ลีก นั้นดูจะเป็นงานง่ายกว่าที่ แมนฯ ซิตี้ เจอ

ทำให้ กวาร์ดิโอล่า ต้องเลือกที่จะโรเตชั่นตาม ไม่ให้เป็นการเสียเปรียบจนเกินไป ที่สำคัญกว่านั้น สุดสัปดาห์นี้ ลิเวอร์พูล จะต้องดวลกับ เชลซี ฉะนั้นความผิดพลาด สะดุดเสมอหรือแพ้ อาจจะเกิดขึ้นได้ และถ้าทัพ “เรือใบสีฟ้า” เก็บชัยชนะเหนือ พาเลซ ได้ขึ้นมา ยิ่งทำวห้สถานการณ์ของพวกเขาได้เปรียบเข้าไปใหญ่ โดยมี 3 ข้อที่หงส์แดงจะชวนแชมป์ ที่พวกเขาต้องข้ามผ่านไปให้ได้

หลังจากนั้นก็มาลุยให้เต็มที่ในเกมพบกับ สเปอร์ส ก็ยังไม่สาย… 

ฉะนั้น ลุ้นแชมป์ เรือใบ หงส์แดง การพ่ายแพ้ด้วยสกอร์ 0-1 ในเกมนี้ ยังถือว่าไม่ได้เป็นเรื่องเลวร้ายอะไรสำหรับพวกเขา เพราะมันยังมีโอกาสให้แก้ตัวในบ้านตัวเอง แต่สิ่งที่สำคัญคือเรื่องของโปรแกรมต่อจากนี้ ที่พวกเขาต้อวเผชิญ มันดูยากกว่า ลิเวอร์พูล อยู่พอสมควร

เพราะในเกมลีก เดี๋ยวพวกเขาจะต้องเจอทั้ง สเปอร์ และ แมนฯ ยูไนเต็ด ต่อไปด้วย ขณะที่ ลิเวอร์พูล เหลือเกมดวลท็อป 6 กับ เชลซี เพียงเกมเดียว ฉะนั้นสุดสัปดาห์ที่จะถึงนี้ ถือเป็นนัดสำคัญที่ต้องแข่งและแช่งไปพร้อมๆ กัน แข่งให้ตัวเองชนะ และแช่งให้ เชลซี หยุดพลพรรค “หงส์แดง” เอาไว้ให้ได้ เพื่อกุมความได้เปรียบก่อนจะเข้าชนโปรแกรมโหดหลายๆ เกมติดกันช่วงครึ่งเดือนหลัง

เอาน่ะ มันยังเป็นความพ่ายแพ้ที่พอรับได้ของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แฟนๆ “ปีศาจแดง” ไม่ต้องเป็นห่วง หึหึ!!

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *