ซีเนอดีน ซีดาน โค้ชฟุตบอล ไม่ใช่ซุปเปอร์ฮีโร่ ที่จะกอบกู้ทีม เชลซี

fon

ย้ำ ซีดาน โค้ชฟุตบอล คนดัง ไม่ใช่คนที่จะกอบกู้ ผลงานของ เมาริซิโอ ซาร์รี่ และ เชลซี ที่แพ้ชนะสลับกันตลอด 10 รายการล่าสุดรวมทุกถ้วยนับตั้งแต่เข้าสู่ปี 2019 สร้างความผิดหวังให้กับแฟนๆ ไม่น้อย ช่วงหนึ่งพวกเขาเคยเป็นรองจ่าฝูง แต่ร่วงลงมาอยู่อันดับ 6 เมื่อกำลังจะเข้าโค้งสุดท้ายของศึก พรีเมียร์ลีก เสียงเรียกร้องจำนวนมากไม่พอใจกุนซือชาวอิตาเลี่ยน และเริ่มมีข่าวลือว่าสโมสรกำลังเดินหน้าเจรจากับ ซีเนอดีน ซีดาน

ซีเนอดีน ซีดาน โค้ชฟุตบอล ไม่ใช้คนที่จะกอบกู้ เชลซี

ซีเนอดีน ซีดาน

ว่ากันว่า ประวัติศาสตร์มีไว้ศึกษาบทเรียนครั้งหลัง เพื่อไม่ให้เราเดินผิดพลาดในอนาคต แต่สำหรับ เชลซี การเปลี่ยนกุนซือครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่ได้ทำให้พวกเขาเรียนรู้อะไรเลย เหมือนเป็นเพียงการหาแพะรับบาปไปเรื่อยๆ ถ้าเป็นแบบนี้ ซีดาน จะอยากมาทำทีมหรือ?

เหตุผลที่การทำทีมของ ซาร์รี่ ไม่เป็นที่ถูกใจแฟนๆ ก็เพราะว่า ดูเหมือนเขาจะมีแผนการเล่นแบบเดียว เขามักจะเลือกแผน 4-3-3 ไม่ว่าจะเจอกับทีมท้ายตาราง กลางตาราง หรือใครก็ตาม แต่การมีแบบแผนชุดเดียวไม่น่าเจ็บปวดเท่ากับการมีผู้เล่นในใจหน้าเดิม

อันที่จริง มันเป็นเรื่องดีที่จะไม่โรเตชั่นมากเกินไปจนสุดท้ายนักเตะในทีมก็งงกันเอง เพียงแต่ผู้เล่นบางรายน่าจะได้รับการเปลี่ยนแปลงบ้าง เช่น จอร์จินโญ่ ซึ่งเรารู้กันดีว่า เขามีสไตล์เฉพาะตัว

แต่มีบทบาทในสนามน้อยเกินไป หรือ วิลเลี่ยน ที่ทำดีมาตลอดเวลากับ เชลซี แต่ด้วยอายุที่มากขึ้น และอะไรเล็กๆ น้อยๆ ในทีมชุดนี้ ทำให้บางครั้งแฟนๆ ขัดใจกับฟอร์มของเขา

เชลซี

วันแรกที่ จอร์จินโญ่ เซ็นสัญญาร่วมทัพ แฟนๆ ฮือฮาเพราะนี่คือแข้งคู่บุญของ ซารฺรี่ ที่ นาโปลี แต่ตอนนี้ทุกคนเรียกเขาว่าลูกรัก ที่ไม่ว่าจะโดนปิดเกม หรือโดนคู่แข่งจับทางอย่างไรก็เปลี่ยนออกไม่ได้ และไม่มีพัฒนาการเช่นกัน

ครั้งหนึ่ง หลังความพ่ายแพ้ ซาร์รี่ บอกว่านักเตะชุดนี้สร้างแรงกระตุ้นได้ยาก และเมื่อมองดูรายชื่อในมือ มันก็เป็นไปได้ เพราะเกือบทุกคนผ่านการคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก กับ อันโตนิโอ คอนเต้ มาแล้ว บางคนอยู่นานกว่านั้น ได้แชมป์ยุค โชเซ่ มูรินโญ่ ด้วย แต่ผลงานลุ่มๆ ดอนๆ แบบนี้ คนรับผิดชอบมักไปอยู่ที่ตำแหน่งผู้จัดการ

มันเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในถิ่น แสตมฟอร์ด บริดจ์ ไล่คนเดียวง่ายกว่าถอนรากผู้เล่นทั้งชุด ดังนั้นจึงมีข่าวเกี่ยวกับแคนดิเดต กุนซือ ใหม่

ซีเนอดีน ซีดาน เราคงไม่ต้องอธิบายให้มากความว่า “ซิซู” ผ่านอะไรมาบ้าง ตั้งแต่สมัยเป็นนักเตะจนมาได้แชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 3 สมัยซ้อน และแชมป์ ลา ลีกา กับ เรอัล มาดริด และน่าจะเป็นกุนซือมีชื่อที่ยังว่างงาน การเอา คอนเต้ หรือ มูรินโญ่ กลับมาคงเป็นไปแทบไม่ได้ เพราะดันจากกันไม่สวย

มีชื่อของ โรแบร์โต้ ดิ มัตเตโอ อดีตลูกหม้อที่เคยพาทีมเป็นแชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก 2012 แต่ดันโดนไล่ออกกลางซีซั่นถัดไป ว่ากันตามตรง โรมัน อับราโมวิช ก็ไม่ได้ปลื้มแกเท่าไร เคยทำทีม เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน วูบวาบอยู่ช่วงหนึ่งก่อนมาเป็นมือขวา อังเดร วิลลาส โบอาส และพอผู้จัดการทีมโดนไล่ออกก็ขึ้นมาขัดตาทัพ จนเป็นแชมป์ยุโรป

ทีมเชลซี

การเป็นแชมป์ถ้วยใหญ่ของยุโรปทำให้ ดิ มัตเตโอ หางานใหม่ได้ยาก แต่เขาก็ยังไม่ใช่คนที่ผู้บริหารปลื้มใจนัก ความดีสมัยเป็นนักเตะและการเป็นกุนซือมันคนละเรื่องกัน แต่ถ้า ซาร์รี่ ต้องไป การเอามาขัดตาทัพก็ไม่แย่เท่าไร แต่อาจมีข้อพิพาทกับ จานฟรังโก้ โซล่า เพื่อนซี้ที่คุมเชิงทีมชุดนี้อยู่ด้วย

ย้ำว่า ดิ มัตเตโอ โดนไล่ออก เพราะเหมือนจะมีแฟนๆ เชลซี เข้าใจว่า เขาลาออกไปดูแลครอบครัว ซึ่งการวางแผนแบบนั้นไม่ควรเกิดขึ้นกลางซีซั่น หลังจากโดน ยูเวนตุส อัดยับ 3-0 เดือนพฤศจิกายน 2012

จนสโมสรต้องไปจ้าง ราฟาเอล เบนิเตซ มาชั่วคราว และต่อให้เคยเป็นนักเตะเก่า เชลซี ก็ไม่เคยไว้หน้าใคร ไล่ออกคือไล่ออก

ว่ากันด้วยเรื่อง ซีเนอดีน ซีดาน โค้ชฟุตบอล ชื่อดัง เขามีประสบการณ์  มีบารมี และน่าจะทำทีมได้ดี การกระตุ้นนักเตะทำได้ยาก… ไม่น่าจะมีคำนี้จากปากของเขา เพราะไม่อย่างนั้นลูกทีม “ราชันชุดขาว” คงไม่คว้าแชมป์ยุโรปซ้ำแล้วซ้ำเล่าถึง 3 สมัย

แต่ก็อย่าลืมว่า ทีมชุดนั้นมีความลงตัว และคับคั่งไม่ด้วยแข้งระดับโลก ไม่ใช่ทีมที่ยังหาตัวเองไม่เจอ

ไม่มีตัวตน ไม่มีแนวทางที่ขัดเจน ฟังดูรุนแรงสำหรับทีมที่เคยเป็นแชมป์ พรีเมียร์ลีก ถึง 2 สมัยใน 5 ปีที่ผ่านมา และยังมีกุนซือที่ขึ้นชื่อว่าทำฟุตบอลแนวเอ็นเตอร์เทน แต่การแพ้ชนะสลับกันไปมา

เท่ากับว่าเขาโดนจับทางได้และไม่แก้ไขจนสภาพทีมร่อแร่ และใกล้จะเละเทะ ทำให้ต้องนิยาม “สิงห์บลูส์” ชุดนี้ไปแบบนั้น ทั้งที่ช่วงหนึ่ง ซีดาน ก็เคยปรับทัพ แก้เกมหน้างานเพื่อขัดขาคู่แข่ง จนเหมือนจะไม่มีสไตล์ สุดท้ายฝ่าฟันจนได้แชมป์

เชลซี

นอกจากส่งแข้งลูกรักลงสนามซ้ำๆ การลดโอกาสของดาวรุ่งอย่าง คัลลั่ม ฮัดสัน โอดอย และ อีธาน อัมปาดู เป็นอีกสิ่งที่ขัดอกขัดใจแฟนๆ เพราะทั้งคู่มีศักยภาพมาก ในเมื่อแนวเดิมไม่เวิร์ค ก็กล้าๆ ใส่แนวทดลองไปเลยไหมล่ะ?

แต่สำหรับทีมเศรษฐีกรุงลอนดอน กองหลังไม่สม่ำเสมอ กองกลางตั้งเกมไม่ได้ พาบอลไปไม่ถึงข้างหน้า แนวรุกฝืดบ้างคมบ้าง บางวันก็มา บางวันก็ไม่มา ดูแล้วกุมขมับ มีแฟนๆ จำนวนหนึ่งอยากเห็นดาวรุ่งบ้าง ถ้าพวกตัวเก๋าจะไม่เอาอะไร ก็ใส่เด็กลงมาวิ่งให้เต็มที่ แต่มันก็ไม่เกิดขึ้นเช่นกัน จับทิศจับทางไม่ถูก

บทพิสูจน์ที่รอคอยลูกทีมและ ซาร์รี่ คือ เอฟเอ คัพ รอบถัดไปกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ส่วน ยูโรปา ลีก กับ มัลโม่ ถ้าจะแพ้ก็เพราะนักเตะเล่นไล่โค้ช และ ลีก คัพ รอบชิงชนะเลิศกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แพ้ไม่เป็นไร แต่แพ้ด้วยสภาพไหน นั่นต่างหากที่สำคัญ

เชลซี

นอกจากการทำทีมด้วยแท็คติกของ ซาร์รี่ ที่แฟนๆ ไม่พอใจ การบริหารของ มาริน่า กรานอฟสกาย่า (ขวา) คนสนิทของ โรมัน อับราโมวิช เจ้าของทีม ก็โดนตั้งคำถามเช่นกัน แก้ปัญหาถูกจุดหรือไม่ นักเตะที่ซื้อเข้ามาคือการเสริมทัพ หรือเสริมภาระ

อันดับ 6 ไม่ได้เลวร้ายเลย ถ้าพวกเขาคือ เซาธ์แฮมป์ตัน หรือ คริสตัล พาเลซ แต่สำหรับอดีตแชมป์ พรีเมียร์ลีก นี่ไม่ใช่ที่ที่แฟนๆ อยากเห็น แต่ ซีดาน ก็ไม่ใช่ ซูเปอร์ฮีโร่ที่จะมากอบกู้ทีม

ไม่ใช่เพราะ ซีเนอดีน ซีดาน โค้ชฟุตบอล ชื่อดัง ไม่ดี แต่การแก้ปัญหาด้วยการเปลี่ยนกุนซือไปเรื่อยๆ อาจไม่ใช่ทางออกที่ถูกต้อง เพียงแค่สโมสรไม่รู้จะทำอะไรให้ดีไปกว่านี้ เท่านั้นเอง 

  

 

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Next Post

ก็มาดิ่ค้าบ! ภาษาฆาตรกรที่ ทีมฟุตบอล เรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ซิตี้ ส่งถึงมือ หงส์แดง

FacebookTwitterLineทีมฟุตบอล เรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ซิตี้ ส่งสารถึง หงส์แดง เกมจิตวิทยา และชั้นเชิงการสื่อสารระหว่างกัน เป็น 1 ในเบื้องหลังคีย์สำคัญของเกมฟุตบอลเสมอมา ส่งสารภาษาฟุตบอล จาก ทีมฟุตบอล เรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ซิตี้ ถึง ลิเวอร์พูล  ในชีวิตปกติ เราเรียกการสื่อสารที่ไม่ใช้การพูดเหล่านี้ว่า “ภาษากาย” หรือ “ภาษาใจ” ซึ่งมนุษย์โรแมนติกหลายๆ ท่านมีความเห็นพ้องต้องกันว่าบางครั้งมันก็ชัดเจนยิ่งกว่า “คำพูด” เสียอีก ในเคสการแย่งแชมป์ระหว่าง ทีมฟุตบอล เรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ซิตี้  กับ ลิเวอร์พูล ในสัปดาห์ล่าสุดนั้น เราจะขอเรียกมันว่า “ภาษาสกอร์” ชัยชนะของ ลิเวอร์พูล เหนือ บอร์นมัธ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ถึงแม้จะไม่ใช่ผลการแข่งขันที่แปลกประหลาดอะไร แต่ในทางจิตวิทยา มันก็ควรจะใช้กดดัน “เรือใบสีฟ้า” ที่จะลงเตะอีก 1 วันให้หลังได้บ้าง ไม่มากก็น้อย แต่ เป๊ป […]
ทีมฟุตบอล เรือใบสีฟ้า

Subscribe US Now