สมัย เคยทำงานในบ่อนมาหลายสิบปี ปัจจุบันหันมาเปิดร้านขายของชำในต่างจังหวัดกับครอบครัว เขาเล่าถึงชีวิตในสมัยที่ยังทำงานในนั้นให้ผู้เขียนฟังเมื่อคุยกันถึงการพนันว่า เจ้านายของเขามักพูดกับลูกน้องอยู่เสมอว่าอย่าไปเล่นการพนันในนั้น ถึงแม้ว่าในตอนนี้ลูกค้าทั้งหลายที่แวะเวียนเข้ามาใช้บริการจะแต่งกายดี ฐานะร่ำรวย แต่อีกไม่นานก็จะเป็นอดีตไปแล้ว ไม่ว่าจุดประสงค์ในการเตือนของเจ้านายจะเป็นเพียงกลัวว่าลูกน้องจะมัวแต่เล่นพนันจนเสียการเสียงาน หรืออะไรก็ตามแต่ สมัยก็เห็นเป็นคำสอนที่ช่วยเตือนสติเขาได้เป็นอย่างดีตั้งแต่นั้น จากที่เคยนึกโลภอยากได้อยากมีไปกับลูกค้า ก็เปลี่ยนมาเป็นการวางเฉยด้วยรู้จุดจบของแต่ละคนเป็นอย่างดีว่าจะลงเอยเช่นไร แต่ก็สุดปัญญาที่เขาจะช่วยเตือนสติคนเหล่านั้นเพราะต่างก็มีความโลภเป็นที่ตั้ง ขนาดเพื่อนของพวกเขาที่มีฐานะเสมอกันคอยตักเตือนยังไม่ฟัง แล้วลูกจ้างอย่างสมัยจะไปทำอะไรได้?
มีอยู่คราวหนึ่ง ลูกค้าประจำที่คุ้นหน้าคุ้นตากันเกิดมือขึ้นชนิดสุด ๆ หยิบจับอะไรก็เป็นเงินเป็นทองไปหมดจนชิพที่กองอยู่ข้างตัวมีมูลค่าเหยียบล้านเข้าไปแล้วก็ยังเล่นไม่เลิก ขนาดลูกสะกิดยิก ๆ ว่าให้พอเถอะ กลับบ้านได้แล้วก็ไม่ฟัง สุดท้ายลงเอยด้วยการโบกมอเตอร์ไซค์รับจ้างกลับบ้านเพราะรถยนต์ที่ขับมาเอาไปจำนำใช้หนี้บ่อนเสียแล้ว นี่แหละครับความโลภของมนุษย์ ถ้ายอมหยุดเล่นเสียตั้งแต่แรกก็ได้กลับไปนอนนับเงินเล่นที่บ้านแล้วแท้ ๆ เป็นไปตามที่เจ้านายเคยพูดเอาไว้จริง ๆ

Leave a Reply